
ประวัติมูลนิธิการศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนาภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
***********************************
สืบเนื่องจาก การที่โครงการศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาประเทศเพื่อนบ้าน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ วัดสวนดอก ได้ดำเนินการพิมพ์หนังสือนักธรรมบาลี (ภาษาไทเขิน) เพื่อถวายให้แก่วัดในนครเชียงตุง รัฐฉาน ประเทศพม่า เมื่อวันที่ ๑๔ – ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๗ โดยมีพระราชวิมลเมธี รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยวิทยาเขตเชียงใหม่ เป็นประธานคณะสงฆ์เชียงใหม่ และสมเด็จอัคคราชาอาชญาธรรมพระเจ้า มหาสังฆปริณายกองค์ที่ ๑๔ แห่งนครเชียงตุง วัดหลวงเชียงยืน นครเชียงตุง รัฐฉาน เป็นประธานคณะสงฆ์เชียงตุง ซึ่งในการนี้ คณะสงฆ์ทั้ง ๒ ฝ่าย ได้มีการประชุมปรึกษาหารือกันถึงสถานการณ์ของพระพุทธศาสนาของเมืองเชียงตุงในอนาคต และเรื่องความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ ที่เกี่ยวเนื่องกันมาอย่างยาวนาน ในทุกๆ ด้าน ของเมืองเชียงใหม่ และเมืองเชียงตุง โดยเฉพาะความสัมพันธ์ในด้านการพระพุทธศาสนา ทั้งนี้เนื่องด้วย พญามังราย ผู้ซึ่งเป็นปฐมกษัตริย์แห่งล้านนา ได้ทรงเป็นผู้สร้างเมืองทั้งสองนี้ขึ้นมานานกว่า ๗๐๐ ปี ดังนั้นคณะสงฆ์ทั้งสองฝ่ายจึงเห็นควรให้มีการสานสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นเช่นเดิม โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนส่งเสริมด้านการศึกษา และเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นหลัก
ดังนั้น คณะสงฆ์ทั้งสองฝ่ายจึงมีมติเห็นพ้องร่วมกันให้มีการก่อตั้งองค์กรการศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนาภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงขึ้น เพื่อทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา สนับสนุนส่งเสริมการศึกษาด้านพระพุทธศาสนา และศิลปวัฒนธรรมในภูมิภาลุ่มแม่น้ำโขงตอนบน อันประกอบด้วย ประเทศไทย (ล้านนา) ประเทศเมียนม่าร์ (เชียงตุง, ตองจี) ประเทศจีน (เชียงรุ่ง, สิบสองปันนา) และประเทศลาว (หลวงพระบาง) เพื่อให้พระพุทธศาสนามีความมั่นคงเจริญรุ่งเรือง สถิตยสถาพรสืบไป
หลังจากเดินทางกลับถึงนครเชียงใหม่ คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหา-จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ และผู้ทรงคุณวุฒิหลายสาขา ได้ร่วมประชุมหารือ ตามมติของคณะสงฆ์ทั้งสองฝ่าย เพื่อดำเนินการเสนอขออนุญาตก่อตั้งเป็น มูลนิธิการศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนาภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ต่อนายทะเบียนมูลนิธิจังหวัดเชียงใหม่ และได้รับการอนุมัติให้จัดตั้งเป็นมูลนิธิ อย่างเป็นทางการตามเลขอนุญาตที่ ต.ชม ๐๐๒๓ /๒๕๔๘ ลงวันที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๘และทำพิธีเปิดป้ายมูลนิธิฯ โดยสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๘
วัตถุประสงค์ของมูลนิธิ
๑. เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนา ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ และองค์กรพุทธศาสนาในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
๒. เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการวิจัยทางพระพุทธศาสนาและการบริการวิชาการด้านพระพุทธศาสนาแก่สังคมในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
๓. เพื่อสร้างและส่งเสริมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาร่วมกับองค์กรพุทธศาสนาในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
๔. เพื่อทำนุบำรุงส่งเสริมและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมประเพณี อันเกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
๕. เพื่อช่วยเหลือสงเคราะห์กิจการ ด้านสาธารณประโยชน์สาธารณกุศล ร่วมกับองค์กรการกุศลอื่น ๆ ในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
๖. เพื่อบริหารจัดการทำนิติกรรมทรัพย์สิน ตามที่มหาวิทยาลัย และผู้อื่นมอบหมายให้ดำเนินการ
๗. มูลนิธิไม่ดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง
เป้าหมายของมูลนิธิ
๑. ส่งเสริมความร่วมมือด้านพระพุทธศาสนาศิลปวัฒนธรรมในอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง
๒.ทำนุบำรุงวัดให้เป็นรมณียสถาน เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน
๓.ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรทางพระพุทธศาสนาในอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง
๔.ส่งเสริมการศึกษาวิจัยพหุลักษณ์ทางวัฒนธรรมสังคมในอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมในอนุภาค
๕.อนุรักษ์และสืบสานศิลปวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น ในอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง ปลูกฝังจิตสำนึกร่วมหวงแหนคุณค่าวัฒนธรรมท้องถิ่น
๖.เผยแผ่อุดมการณ์ทางพระพุทธศาสนาสู่สังคม เพื่อสร้างสรรความสงบสุขสู่สากล
๗.เสริมสร้างความมั่นคงเข้มแข็งทางจิตวิญญาณตามแนวทางวิถีพุทธ ให้แก่ประชาชนเพื่อสร้างสังคมอุดมธรรม
๘.ส่งเสริมการสงเคราะห์พัฒนามนุษย์ ให้สามารถดำรงอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีตามวิถีพุทธะ
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
๑. มีหน่วยงานเพื่อรองรับการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ทางพระพุทธศาสนาในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
๒. มีพระสงฆ์จากประเทศเพื่อนบ้าน เดินทางเข้ามาศึกษาพระพุทธศาสนาในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่
๓. มีทุนทรัพย์ในการสนับสนุนส่งเสริมการศึกษา และเผยแผ่พระพุทธศาสนาในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
๔. ทำให้เกิดความเข้าใจ มีความสัมพันธ์ที่ดี และความร่วมมือซึ่งกันและกัน ระหว่างพุทธศาสนิกชนและองค์กรทางพระพุทธศาสนาในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
๕. มีผลงานทางวิชาการด้านพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรมในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงออกเผยแพร่เป็นประโยชน์แก่สาธาณชน
๖. พระพุทธศาสนามีความมั่นคงและเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง