พระเทพโกศล ประธานมูลนิธิฯ
สมาชิก

สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
สถิติผู้เข้าชมเว็บ
เปิดเมื่อ13/01/2012
อัพเดท30/05/2018
ผู้เข้าชม7500055700
แสดงหน้า703590
รู้จักเว็บนี้จาก
  • กรุณาเลือก
    google
    แผ่นพับ
    ป้ายโฆษณา
    เพื่อน
    วิทยุ
    ทีวี
โครงการพัฒนาพื้นที่ต้อนแบบปลอดบุหรี่ในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (เข้าชม 1244 ครั้ง)
   

เรียบเรียงโดย พระวิสิทธิ์  ฐิตวิสิทฺโธ, ดร.
 

สภาพปัญหา
            ในระยะเวลาปี พ.ศ. 2556-2557 ที่ผ่านมา ได้มีหน่วยงานกลุ่มองค์กรต่างๆ ได้จัดเวทีให้แกนนำ และพระสงฆ์นักพัฒนาแต่ละภาคได้มีโอกาสได้พบปะแลกเปลี่ยน ทำให้มีการเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายระดับประเทศ หลากหลายกลุ่ม ซึ่งเป็นการรวมกันของพระสงฆ์ อุบาสก อุบาสิกามีการรณรงค์สร้างการเรียนรู้ และเป็นเครื่องมือในการเผยแพร่พระพุทธศาสนา จากการได้พบปะแลกเปลี่ยนกันมา ทำให้เห็นปัญหาและแนวทางในการพัฒนาความเป็นเครือข่ายและศักยภาพขีดความสามารถของพระนักพัฒนาแต่ละรูป แต่ละพื้นที่/เครือข่าย ซึ่งมีจุดเด่นจุดด้อยที่แตกต่างหลากหลาย
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้ ปัญหาเรื่องบุหรี่ ก่อผลกระทบต่อสังคมไทยหลากหลายรูปแบบทั้งปัญหาในระยะสั้นและระยะยาว ทั้งปัญหาสุขภาพและสังคม บุหรี่มิใช่สินค้าธรรมดา ปัญหาจากการสูบบุหรี่นั้นมีมูลค่ามหาศาลมากกว่าผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการผลิต การขาย และการจัดเก็บรายได้ของรัฐหมายความว่าการผลิตขายและบริโภคยาสูบนี้ก่อผลสุทธิเป็นทางลบ
ต่อเศรษฐกิจของสังคมมิใช่แค่เพียงพิษจากสารในบุหรี่ ปัญหาพิษภัยจากยาสูบนี้ ยังครอบคลุมถึงการทำร้ายร่างกายโดยควันบุหรี่ โดยการสูบบุหรี่ ในพระสงฆ์นั้นแพทย์หญิงไพรัตน์ แสงดิษฐ์ โรงพยาบาลสงฆ์ กล่าวว่า จากการเก็บข้อมูลของโรงพยาบาลสงฆ์ในปี พ.ศ. 2546-2547 พบว่ามีพระภิกษุสงฆ์ที่อาพาธจำนวน 59,000 รูป ในจำนวนนี้มีพระที่ป่วยและมีประวัติสูบบุหรี่ประมาณ 18,000 รูป คิดเป็นร้อยละ 30 ของพระที่ป่วยทั้งหมด ซึ่งในจำนวนนี้มีพระที่ป่วยและมีประวัติสูบบุหรี่ต่างจากเมื่อ 5 ปีและ 10 ปีก่อน คือ เมื่อ 5 ปีก่อนมีพระที่ป่วยและมีประวัติการสูบบุหรี่คิดเป็นร้อยละ 50 และเมื่อ 10 ปีก่อนมีพระที่ป่วยและมีประวัติสูบบุหรี่ถึงร้อยละ 90แสดงให้เห็นว่าการรณรงค์ไม่สูบบุหรี่มีผลต่อการลดจำนวนพระสงฆ์ที่สูบบุหรี่ ส่วนโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ซึ่งคร่าชีวิตของพระภิกษุสงฆ์ ได้แก่ โรคมะเร็งปอด ถุงลมปอดโป่งพอง วัณโรคปอด ไตวายเรื้อรัง มะเร็งตับ เบาหวาน เส้นเลือดหัวใจตีบ เส้นเลือดในสมองตีบจากผลกระทบดังกล่าว ทำให้มีความจำเป็นอย่างเร่งด่วน ที่ต้องหาวิธีการเพื่อยับยั้งความสูญเสียและความรุนแรงในชีวิตของกลุ่มพระสงฆ์ผู้สูบและสังคม อันมีผลมาจากการสูบบุหรี่ รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนได้ตระหนักถึงภัยนี้และได้พยายามอย่างยิ่งที่จะดำเนินการด้านต่างๆ เพื่อให้เกิดผลเชิงบวกต่อสังคมในด้านการสูบบุหรี่ให้มีอัตราการสูบบุหรี่ลดน้อยลง โดยเฉพาะในพระภิกษุ สามเณร และการที่สังคมไทยมีวัฒนธรรมด้านศาสนาและความสัมพันธ์ในครอบครัวอย่างเข้มแข็งเป็นทุนทางสังคมอยู่แล้วสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จึงร่วมกับเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาหารือกันกับแกนนำองค์กรภาคีร่วมที่ปรึกษาและร่วมกันจัดทำโครงการ “เสริมพลังเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาเพื่อสังคมควบคุมปัจจัยเสี่ยง” ขึ้น เพื่อพัฒนาความเป็นเครือข่ายให้เข้มแข็งและเสริมสร้างพลังการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน/สังคมคุณธรรมต่อไป เน้นใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) งานเคลื่อนไหว รณรงค์สร้างกระแสทางสังคม 2) งานพื้นที่เรียนรู้ต้นแบบ สำหรับการขยายผลและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 3) การยกระดับพื้นที่เรียนรู้ สำหรับพระภิกษุสามเณร เครือข่ายภาคีและผู้สนใจทั่วไป ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยของ พระวิสิทธิ์  ฐิตวิสิทฺโธ, ดร. เรื่อง การสร้างภูมิคุ้มกันด้านปัจจัยเสี่ยงของสามเณร ในโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน

ผลการวิจัย
พบว่า ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 17–18 ปี  ในโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่และ ในจังหวัดลำพูน   กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4  การปฏิบัติตนด้านปัจจัยเสี่ยง ประเภทการสูบบุหรี่ สำหรับสามเณรที่สูบบุหรี่สูบบุหรี่เป็นประจำมาแล้ว 1–3 ปี สาเหตุที่ทำให้สูบบุหรี่ครั้งแรก คือ เลียนแบบจากลุ่มเพื่อนที่สูบบุหรี่ และอยากทดลองสูบด้วยตนเอง และสาเหตุที่ทำให้สูบบุหรี่ในปัจจุบัน คือ เลียนแบบเพื่อนสามเณรและเพื่อผ่อนคลาย ลดความเครียด สูบบุหรี่ประมาณ 3 มวนต่อวัน ค่าใช้จ่าย ในการซื้อบุหรี่อยู่ระหว่าง 21–35 บาทต่อครั้ง และสูบบุหรี่เมื่อหลังเวลาเลิกเรียน สำหรับแนวทาง การปฏิบัติตนในการป้องกันด้านปัจจัยเสี่ยงประเภทการสูบบุหรี่ มีแนวทางปฏิบัติตน ในการป้องกันไม่ให้ตนเองสูบบุหรี่/ได้แก่ พยายามอยู่หากจากคนที่สูบบุหรี่ เลือกคบเพื่อนที่ไม่สูบบุหรี่ ตั้งสติและพยายามบอกตัวเองว่าอย่าลองสูบบุหรี่ และใช้เวลาว่างออกกำลังกายเป็นต้น สังคมหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรมีแนวทางในการป้องกันไม่ให้สามเณรสูบบุหรี่ ได้แก่ ควรมีการตรวจสอบการสูบบุหรี่ของสามเณรและนำไปบำบัด หรือนำไปอบรม มีการรณรงค์เรื่องศีลธรรมของสามเณร และควรจัดระเบียบร้านค้าไม่ให้ขายบุหรี่ เป็นต้น ส่วนสามเณรที่ติดสูบบุหรี่คิดที่จะเลิก เหตุผล คือ พระผู้ใหญ่อบรมให้เลิก และจากสมาชิกในครอบครัวขอร้องให้เลิก  การสร้างภูมิคุ้มกันด้านปัจจัยเสี่ยงเกี่ยวกับ การสูบบุหรี่ ได้แก่ การรู้จักเลือกคบเพื่อนสามเณรที่ดี (กัลยาณมิตร) และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์


โทษของการสูบบุหรี่
1. เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
2. ฟันเหลือง ตาแดง เล็บเขียว
3. มีกลิ่นตัวและกลิ่นปากรุนแรง
4. เป็นที่น่ารังเกียจของสังคม
5. เสียเงินจำนวนมากโดยใช่เหตุ
6. ส่งผลร้ายต่อคนรอบข้าง



7. เป็นมะเร็งช่องปาก รวมถึงฟันและลิ้น (ปากเน่าเละเฟะ)
8. เป็นมะเร็งหลอดลมและหลอดอาหาร
9. เป็นมะเร็งกล่องเสียง
10. เป็นมะเร็งปอด (มะเร็ง ที่ทรมานมากที่สุด) มีโอกาสเป็นโรคมากกว่าผู้ที่  ไม่สูบถึง20เท่า
11. ถุงลมโป่งพองจนไม่สามารถหดตัวกลับได้ มีผลทำให้หายใจติดขัด หอบ จนถึงตายได้
12. โรคกระเพาะอาหารเป็นแผล
13. โรงตับแข็ง เช่นเดียวกับการดื่มสุรา
14. โรคปริทนต์ (ฟันเน่าเละ)
15. โรคโพรงกระดูกอักเสบ
16. โรคความดันโลหิตสูง
17. ประสาทในการรับรสแย่ลง
18. มีอาการไอเรื้อรัง มีเสมหะมาก บางครั้งไอถี่มากจนไม่สามารถหลับนอนได้
 

       
       
      
 

มจร.เปิดโครงการมหาวิทยาลัยฯ ปลอดบุหรี่ต้นแบบ ร่วมขับเคลื่อน 5 วิทยาเขตทั่วประเทศพร้อมกัน

 เมื่อวันที่28กันยายน พ.ศ. 2559 เวลา13.30น.ณ ลานธรรม ลานปัญญา โซน B คณะสังคมศาสตร์ กองกิจการนิสิต สำนักงานอธิการบดี ร่วมกับองค์กรนิสิต ได้ทำพิธีเปิดโครงการพัฒนาพื้นที่ปลอดบุหรี่ในมหาวิทยาลัยโดยได้รับความเมตตาจากพระเดชพระคุณพระเมธีธรรมาจารย์ รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่เมตตาเป็นประธานเปิดโครงการและให้โอวาท ใจความตอนหนึ่งจากโอวาทว่า จากอดีตจนถึงปัจจุบันผู้บริหารให้ความสำคัญเรื่องมหาวิทยาลัยต้องปลอดบุหรี่ตั้งแต่ยังไม่มีกฎหมายบังคับใช้ วันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่องค์กรนิสิตซึ่งเป็นผู้แทนนิสิตโดยการสนับสนุนของสสส.ได้มาร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมที่สำคัญและเป็นประโยชน์กับมหาวิทยาลัยขอปวารณาว่าฝ่ายประชาสัมพันธ์พร้อมสนับสนุนสื่อประชาสัมพันธ์ที่มีอยู่เพื่องานของมหาวิทยาลัยขอฝาก4เรื่องสำคัญคือ(1)ช่วยกันขับเคลื่อนเรื่องบุหรี่ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ(2)อาจาระความประพฤติ(3)ความรับผิดชอบ(4)จิตสำนึกที่มีต่อสถาบันพระพุทธศาสนาและสถาบัน มจร  หลังจากนั้นได้เมตตาเขียนความคิดเห็นเกี่ยวกับบุหรี่ในแผ่นป้ายและทำพิธีตัดริบบิ้นเปิดโครงการ
 

หลังจากนั้นได้มีการเสวนาเรื่อง 'การพัฒนาพื้นที่ปลอดบุหรี่ในมหาวิทยาลัย'จากผู้แทนคณะและกองกิจการนิสิต ดำเนินรายการโดย พระมหาประยูรโชติวโร ผู้อำนวยการกองการนิสิต โดยมีพระมหาวิลัย สมาจาโร ผช.อธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต ดร.พระสรวิชญ์ อภิปญฺโญ หน.ภาควิชาจิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว พระฐิตะวงศ์ อนุตฺตโร อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ ผศ.พลวัตน์ ชมสุข อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์ และพระครูชิโนวาทธำรง หน.ฝ่ายกิจการนิสิตเป็นวิทยากรร่วมเสวนา มีผู้ร่วมงานประมาณ243รูป/คน

      เวทีเสวนาได้เห็นร่วมกันว่า นิสิตและประชาคมในมหาวิทยาลัยต้องตระหนักร่วมกันถึงโทษภัยของบุหรี่และเห็นความสำคัญร่วมกันของการพัฒนาพื้นที่ปลอดบุหรี่ในมหาวิทยาลัย นิสิตไม่ควรเอาสิ่งที่ไม่จำเป็นมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่หากติดแล้วต้องมีกัลยาณมิตรเพื่อนแท้ช่วยเป็นกำลังใจเพื่อนให้เราเอาชนะ นำแนวทางจากการศึกษาและกิจกรรมมาทำเป็นสื่อประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบ ที่สำคัญทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ส่วนกิจกรรมพัฒนาต้องทำอย่างต่อเนื่องรวมถึงการสำรวจค้นหากรณีตัวอย่างเพื่อเป็นแนวในการดำเนินจากทุกกรณีที่เกี่ยวข้อง หากทำได้ดังนี้เชื่อว่าการพัฒนาพื้นที่ปลอดบุหรี่ในมหาวิทยาลัยก็จะประสบความสำเร็จ





ปฎิทิน
July 2018
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31